Archive for the ‘News’ Category
“ชัยวุฒิิ” ดันมาตรการผลิตรถยนต์ปล่อยของเสียต่ำ เร่งสรุปใน 3 เดือน โชว์ปีนี้ยอดขายกว่า 1.6 ล้านคัน
“ชัยวุฒิ” เดินหน้าส่งเสริมผลิตรถยนต์ปล่อยของเสียต่ำ เร่งหารือกับ “กระทรวงพลังงาน-กระทรวงการคลัง” เพื่อพิจารณามาตรการด้านภาษี เผยจะไม่ให้กระทบกับรถยนต์ประเภทอื่น เร่งหาข้อสรุป ภายใน 3 เดือน หวังดันตลาดรถยนต์ในไทยเติบโต มั่นใจทำยอดผลิตปีนี้ได้ กว่า 1.6 ล้านคัน คาดทะลุ 3 ล้านคันใน 3 ปีข้างหน้า

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐเพื่อให้ค่ายรถยนต์ รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ปรับเปลี่ยนการผลิตรถยนต์ และเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพประหยัด พลังงานสูงยิ่งขึ้น และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์และสารมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมต่ำกว่าเดิม โดยล่าสุดได้มีการหารือกับกระทรวงพลังงานและ กระทรวงการคลังในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่า น่าจะมีการส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้อง ศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ซึ่งต้องไม่สูงกว่ารถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco Car) ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการผลิตรถยนต์ Eco Car รถยนต์ไฮบริด ที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมมาก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ รถยนต์ ปล่อยของเสียต่ำจะเป็นรูปแบบของประเภทที่ 3 ของรถยนต์ที่อยู่ในกลุ่มประหยัดพลังงานและ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการส่งเสริมนั้นจะต้องมีการ กำหนดมาตรการเพื่อจูงใจทั้งด้านผู้ผลิต และการสร้างความเข้าใจกับประชาชนผู้บริโภคถึงข้อดีของรถยนต์ดังกล่าว
“มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจากการสำรวจตลาดที่ผ่านมาพบว่าเป็นที่นิยมกันมากในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเช่นกัน และหากสถานการณ์การเติบโตของตลาดรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นใน ขณะนี้ทำให้คาดว่าในปี 2553 นี้จะมียอดผลิตรถยนต์ทุกประเภทกว่า 1,600,000 คัน และใน 3 ปี ข้างหน้าคาดว่าจะมียอดผลิตรถยนต์ทะลุ 3,000,000 คัน” นายชัยวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายใน 3 เดือนนี้ ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงานแล้วจะผลักดันสู่นโยบายการส่งเสริมการลงทุนของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป
เอสซีจี จับมือ คูโบต้า ญี่ปุ่น เปิดตัว สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในเอเชีย
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา เอสซีจี และคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรรายใหญ่ของโลก สานต่อความร่วมมือผลักดันธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไย เปิดตัว บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรองรับการเติบโตของภาคการเกษตร และเป็นศูนย์กลางธุรกิจเครื่องจักรการเกษตรของคูโบต้าในเอเชียเดินหน้าโครงการผลิตรถเกี่ยวข้าว 10,000 คัน ด้วยงบลงทุน 2,700 ล้านบาท

นาย ยาซูโอะ มาสุโมโตะ ประธานบริษัท คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยว่า “คูโบต้า เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย จึงได้วางกลยุทธ์พัฒนาฐานการผลิตในไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรของคูโบต้าในเอเชีย โดยส่งเสริมการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรแบบครยวงจร และขยายการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย ล่าสุด ได้ร่วมมือกับเอสซีจี ก่อตั้งบริษัทใหม่ คือ บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งนอกจากจะเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในเอเชีย และส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในบริษัทแล้ว ยังมีแผนให้บริษัทใหม่นี้ เป็นศูนย์กลางของธุรกิจอื่นๆ ของคูโบต้าในเอเชีย ซึ่งรวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับระบบน้ำและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรองรับปัญหาด้านอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อมในเอเชีย ตามนโยบาย “For Earth, For Life” ในโอกาสปีนี้ครบรอบ 120 ปีของการก่อตั้งคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ด้วย”
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 32 ปี ที่เอสซีจีได้พัฒนาธุรกิจร่วมกับคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับประสิทธิภาพของผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าการลงทุนในธุรกิจคิดเป็น 11,000 ล้านบาท วันนี้ เอสซีจี รู้สึกยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือทางธุรกิจกับคูโบต้าอีกครั้ง การร่วมจัดตั้งบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัดในครั้งนี้ แสดงถึงพันธะสัญญาระหว่างสองพันธมิตรที่มุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยร่วมกัน โดยล่าสุด บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าโครงการผลิตรถเกี่ยวนวดข้าว กำลังการผลิต 10,000 คัน ด้วยงบลงทุน 2,700ล้านบาท นอกจากนี้ การจัดตั้ง สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถในการพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรระดับโลก สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิตให้อุตสาหกรรมและประเทศได้ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนในการผลักดันตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในเอเชียของคูโบต้าด้วย
บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เกิดจากการรวม บริษัทสยามคูโบต้า อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กเพื่อการเกษตรแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร กับบริษัทสยามคูโบต้า แทรกเตอร์ จำกัด ผู้ดำเนินการผลิตแทรกเตอร์เพื่อการเกษตรนอกประเทศญี่ปุ่นแห่งแรกของคูโบต้าเอเชีย และอยู่ระหว่างเตรียมผลิตรถเกี่ยวนวดข้าวด้วย โดยบริษัทนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น (60%) และเอสซีจี (40%) ด้วยทุนจดทะเบียน 3,114 ล้านบาท
นายวีระชัย เชาว์ชาญกิจ รองประธานอาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากเรามีพืชเศรษฐกิจหลักถึง 6 ชนิด เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม เป็นต้น โดยต่อไปทางบริษัทจะทำการพัฒนาเครื่องจักรกลด้านพืชไร่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ต่อพ่วง คือ อ้อย และมันสำปะหลัง ที่สำคัญยังสามารถขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วยเช่นกัน
นายมาซาโตชิ คิมาตะ ประธาน บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ยอดรายได้ของบริษัทโดยรวม จะมาจากโรงงานที่นวนคร คิดเป็นสัดส่วนรายได้เพียง 20% เท่านั้นขณะที่ โรงงานที่อมตะมีสัดส่วนรายได้ 80% โดยรายได้รวมในปีนี้บริษัทตั้งเป้าว่า จะมีรายได้ราว 35,000 ล้านบาท จากปี 2552 ที่มีรายได้ 31,000 ล้านบาท โดยในปี 2556 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากนี้อีก 1 เท่าตัว หรือ ประมาณ 70,000 ล้านบาทิ

ความร่วมมือในครั้งนี้ ทางบริษัทต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตร ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั้งในเอเชีย เช่น จีน เวียดนามลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย โดยวางแผนว่าจะใช้โรงงานในไทยทั้ง 3 แห่ง คือที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จำนวน 1 แห่ง ผลิตรถไถเดินตาม และนิคมอมตะซิตี้ อีก 2 แห่ง ผลิตเครื่องเกี่ยวข้าวและรถแทรคเตอร์ เป็นฐานการผลิตทดแทนฐานการผลิตเดิมคือที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะทำการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น อเมริกา อเมริกาเหนือ และยุโรป ที่แม้จะมีบริษัทคูโบต้าอยู่ แต่ก็ไม่มีโรงงานการผลิต
BOI ยันภาคการผลิตไทยแข็งแกร่ง ออร์เดอร์ทะลัก การลงทุนขยายตัว Manufacturing Expo เติบโตต่อเนื่อง การันตีความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (BUILD) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยในงานประชุมผู้จัดแสดงสินค้างาน Manufacturing Expo 2010 ว่า ถึงแม้สถานการณ์ทางการเมืองของไทยจะยังไม่นิ่ง แต่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทยยังคงแข็งแกร่งและเป็นที่เชื่อมั่น ด้วยศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และความพร้อมในด้านต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนยังคงมั่นใจเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค โดยหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนก็คือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปีของการจัดงาน Manufacturing Expo ซึ่งเป็นงานแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอับดับ 1 ของภูมิภาค ที่ BOI ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด
ขณะนี้สถานการณ์ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทยเรียกได้ว่าดำเนินไปได้ด้วยดี ยอดคำสั่งซื้อกลับเข้ามาอย่างทะลักทลาย จนทำให้กำลังการผลิตที่แม้ว่าจะมีความพร้อมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เพียงพอ แรงงานส่วนหนึ่งที่ออกไปตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ยังไม่กลับมา ทำให้ผู้ประกอบการเกิดการปรับตัว หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีในการผลิตมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวสูงมาก สืบเนื่องจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ ECO Car ที่เป็นรูปธรรมและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค เรียกได้ว่ายอดขายดีเกินคาด ส่งผลให้ค่ายรถยนต์อื่น ๆ เร่งเครื่องเต็มกำลังเพื่อเข้ามาร่วมวงช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ บางค่ายกำลังสร้างโรงงานเตรียมพร้อมเริ่มการผลิตในอนาคตอันใกล้ ในขณะที่อีกหลายค่ายออกแผนเดินหน้าเรื่องนี้อย่างชัดเจน ทำให้อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับผลประโยชน์เต็มที่ นอกจากนี้ในส่วนของการลงทุนก็มีการขยายตัวเช่นเดียวกัน โดยไตรมาสแรกของปี 2010 ที่ผ่านมา บริษัทญี่ปุ่นมีการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 – 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในหมวดโลหะ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งหากนับในแง่ของจำนวนโครงการ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 เลยทีเดียว
“อุตสาหกรรมกำลังเดินหน้าสู่ยุคของ Clean & Green ผู้ซื้อต้องการมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในประเทศแถบยุโรป ส่งผลให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องยกระดับทั้งศักยภาพการผลิตที่มีคุณภาพ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่างาน Manufacturing Expo 2010 ที่กำหนดจัดในวันที่ 24 – 27 มิถุนายน 2553 ณ ไบเทค บางนา จะเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ผลิต นักอุตสาหกรรม และ ผู้ประกอบการได้มาเลือกสรรเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมและตอบโจทก์ พร้อมรับองค์ความรู้อย่างครบครันจากเจ้าของเทคโนโลยีจากทั่วโลก” นายชนินทร์กล่าว

กำหนดการจัดงานใหม่สำหรับงานแสดงด้านสิ่งแวดล้อม Entech Pollutec/Renewable Energy/Pumps & Valves Asia 2010
ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) ประกาศเปลี่ยนแปลงกำหนดการจัดงานเอ็นเทคพอลลูเทค รีนิวเอเบิ้ลเอเนอร์จี้และปั๊มส์แอนด์วาล์วส์ 2010 ในกรุงเทพมหานคร
จากเดิมวันที่ 2-5 มิถุนายน เป็นวันที่ 15-18 กันยายน 2553
เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกเนื่องจากสถานการณ์ทางด้านการเมืองในประเทศไทย และเพื่อลดความเป็นกังวลของผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ
ผู้บริหารของบริษัทกล่าวว่า “แม้ว่าธุรกิจต่างๆ ในกรุงเทพมหานครจะดำเนินไปตามปกติ ทางบริษัทได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนการจัดงานออกไปก่อนเนื่องจากลูกค้าหลายรายมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ”
รีนิวเอเบิ้ลเอเนอร์จี้เป็นงานแสดงและการประชุมด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีการจัดในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 5 ปี โดยจัดควบคู่กับงานแสดงเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมเอ็นเทคพอลลูเทคซึ่งจัดมาแล้ว 20 ปีและปั๊มส์แอนด์วาวส์ซึ่งเป็นงานแสดงเกี่ยวกับปั๊ม วาล์ว ท่อและข้อต่อโดยเฉพาะ
ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ 02-642-6911


สุมิพล และมิตูโตโย ร่วมลงนาม 3 หน่วยงานภาครัฐ ต่อยอดทักษะงานวัดเทียบระดับสากล
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันมาตรวิทยา คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับบริษัท มิตูโตโย(ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทสุมิพล จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 5 ฝ่าย ในโครงการแข่งขันทักษะมาตรวิทยาทางด้านมิติ สำหรับนักเรียนนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือวัดทางด้านมิติ Read the rest of this entry »
ส.อ.ท. จัดสัมมนา “ECR เพื่อลูกค้าคุณ” ตอกย้ำเจตนารมณ์เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนสายโซ่อุปทานของภาคธุรกิจ
สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา ECR Local Conference 2009 หัวข้อ “ECR เพื่อลูกค้าคุณ” ภายใต้แนวคิด “โซ่สายนี้ จะพา SME ให้ถึงฝั่ง” เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ พร้อมย้ำชัดเจตนารมณ์เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนสายโซ่อุปทานของภาคธุรกิจ Read the rest of this entry »
จีเอ็มและเชฟโรเลต ร่วมรณรงค์การหยุดยั้งภาวะโลกร้อน
จีเอ็ม และ เชฟโรเลต ประเทศไทย ขานรับนโยบายการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของรัฐบาลอีกครั้ง ร่วมจัดแสดงนิทรรศการเนื่องในงานวันมาตรฐานโลก เพื่อร่วมรณรงค์การหยุดยั้งภาวะโลกร้อนด้วยมาตรฐาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตอกย้ำความเป็นผู้นำจุดยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลังเชฟโรเลตเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ฉลากเขียวที่มีกระบวนการตรวจสอบอันเข้มงวดติดต่อกันสามปีซ้อน Read the rest of this entry »
ปตท.สผ.เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ร่วง 59%
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2552 ว่า ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้รวม 5,259 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานลดลง 7,725 ล้านบาท หรือร้อยละ 59 เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 12,984 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (Return on shareholders’ equity) ในอัตราร้อยละ 15 Read the rest of this entry »
บางจาก จับมือ สวทช. ร่วมพัฒนาวิจัยพลังงานทดแทน เพื่อผลิตน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันไบโอดีเซลที่มีคุณภาพมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบและการวิจัยพัฒนาด้านพลังงานทดแทน ระหว่างบริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ ชี้รัฐสนับสนุนพลังงานทดแทนช่วยชาติประหยัดเงินจากการนำเข้าน้ำมัน ประมาณ 80,000 ล้านบาท Read the rest of this entry »
อิตัลไทยฯ รับรางวัล Excellent Performance for year 2008
เกรียงไกร ธีรนันทน์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มธุรกิจพลังงานและการขนส่ง (ETG) บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด Read the rest of this entry »
