ทำอย่างไรให้ลูกน้องพัฒนางานแบบที่เถ้าแก่ไม่ต้องบังคับ ตอนจบ
ผมค้างไว้ในเรื่อง QCC หรือกลุ่มควบคุมคุณภาพเมื่อฉบับที่แล้ว
การ QCC นั้น เป้าหมายจริง ๆ ก็เพื่อให้พนักงานมีการพัฒนางานได้เพิ่มขึ้นทุกเดือน โดยเป้าหมายทุกเป้าหมายมุ่งไปเพื่อนโยบาย, ผลิตภัณฑ์, บริการหรืองานประจำที่พนักงานปฏิบัติอยู่พัฒนาขึ้น
ที่บอกว่า ไม่เป็นการบังคับนั้น เพราะแต่ละเดือน ประธาน QCC จะประชุมทุกกลุ่มเพื่อชี้แจงผลการปฏิบัติและกำหนดเป้าหมายต่อไปในเดือนถัดไป ฉะนั้น งานในเดือนกุมภาพันธ์จะด้อยกว่างานในเดือนมกราคมเป็นไปได้ยาก เช่น ฝ่ายขายระบุว่า จะส่งเอกสารให้ถึงมือลูกค้าได้มากกว่า 3,000 คน ถ้ากุมภาพันธ์ส่งได้ไม่ถึงหรือใกล้เคียง เดือนมีนาคมก็ต้องไม่น้อยกว่ามกราคมหรือกุมภาพันธ์ อันนี้เป็นการใช้เป้าหมายและมติที่แจ้งไว้ในที่ประชุมใหญ่ได้ทราบ
แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่บริษัทสนับสนุนในสิ่งที่เขาเรียกร้องในแผน QCC ด้วย เพราะบางแผนอาจต้องซื้อวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องมือเพิ่มขึ้น เช่น ฝ่ายซ่อมบำรุงจัดแผนในการจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้แล้วให้สามารถหยิบหรือเบิกได้อย่างรวดเร็ว โดยขอเพิ่มตู้ในการจัดเก็บตามแบบที่เขาระบุ เช่นนี้ บริษัทก็ต้องจัดสรรให้ ยกเว้นไม่มีงบเลย ก็ต้องชี้แจงพนักงงานให้กำหนดเป้าหมายใหม่ เหล่านี้ต้องคุยกันยาวในที่ประชุมใหญ่ ถกประเด็นกัน เพื่อฝ่ายอื่นอาจเสนอหัวข้อที่น่าสนใจได้
QCC นั้น เท่าที่ผมเคยร่วมทำมา เป็นกิจกรรมที่ทำให้พนักงานทุกฝ่ายได้ทราบงานและปัญหาของฝ่ายอื่น ๆ ได้อย่างดี และทราบว่า ผลของการกระทำที่ดี-ไม่ดีของฝ่ายตนเองส่งผลกระทบอย่างไรต่อฝ่ายอื่น
บางแผนก ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้ พอกำหนดแผนจริง ๆ ก็ทำได้ อาทิ “โครงการประหยัดพลังงาน โดยไม่เพิ่มเงิน” ผมเห็นฝ่ายวิศวกรรมสามารถประหยัดไฟให้โรงงานได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์จากในรอบ 5 ปีที่ไม่เคยคิดทำมาเลย เพราะไม่มี QCC
อย่างไรก็ดี การทำ QCC ให้ได้ผลดีที่สุดอยู่กับประธาน QCC ด้วยว่า สามารถโน้มน้าวหรือชักจูงให้พนักงานเข้าใจและร่วมมือได้ดีอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่เถ้าแก่ ซึ่งหลายแห่ง QCC เสียเวลาเปล่าด้วยประธาน QCC ไม่เก่งและเถ้าแก่ไม่เห็นความสำคัญ ดังนั้น ถ้าประธาน QCC เก่ง เถ้าแก่ให้ความร่วมมือ การพัฒนางานของลูกน้องก็แทบไม่ต้องถามเลยว่า มีพัฒนาการหรือไม่
ด้วยจิตคารวะฉันกัลยาณมิตร
วสิทธ์ ใจงาม
