Welcome to eArticles | Modern Manufacturing An Innovative Industrial Magazine

การทำ KM ในโรงงานอุตสาหกรรม (ตอนที่ 4)

without comments

ตัวอย่างการทำกิจกรรม Small Group Activity (SGA) การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM)  นับได้ว่าความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันที่จะดึงเอาศักยภาพของคนในองค์กร ให้เก่งทั้งทางปฏิบัติและแก่งทั้งการคิดวิเคราะห์ร่วมกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น  องค์กรบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ  กิจกรรมกลุ่มย่อยจึงเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สามารถสร้างองค์ความรู้ในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งมีความสลับซับซ้อนทั้งในเรื่องของคน เครื่องจักร อุปกรณ์ การบริหารจัดการ ฯลฯ ฉบับนี้ผู้เขียนขอนุญาตินำข้อมูลของภาคอุตสาหกรรมหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์กรนี้เน้นการพัฒนาและมีการส่งเสริมการจัดการความรู้ให้กับพนักงานในหลายกิจกรรมในองค์กรและเป็นที่ยอมรับในการนำมาเป็นแบบอย่างการดำเนินกิจกรรม SGA ลองติดตามดูครับ

กิจกรรม SGA ของ NOK PRECISION COMPONENT (THAILAND) LTD.

               กิจกรรม Small Group Activity (SGA) ของ NOK ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาจากรูปแบบคณะกรรมกิจกรรมพัฒนาในโรงงานอุตสาหกรรม เช่นกิจกรรมความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม (Safety) การบำรุงรักษา (TPM ) ฯลฯ ซึ่งในอดีตการเรียนรู้จะกระจุกตัวอยู่ที่คณะทำงานหรือคณะกรรมการ แต่ระดับปฏิบัติการแล้วกลับไม่มีความรับรู้ เข้าใจ หรือตระหนักให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ทางคณะกรรมการจัดขึ้น ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ เกิดการเรียนรู้ลงลึกถึงระดับพนักงาน เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมาย การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น บุคลากรเก่งทำและเก่งวิเคราะห์ ส่งผลต่อองค์กรมีศักยภาพ

               NOKPCT ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ Hard disk frive components และ Automotive parts เป็นหลัก ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย NOKPCT ตั้งเป้าหมายในการก้าวขึ้นสู่ความเป็น “world class” โดยมีผลงานดีเด่นในหลาย ๆ ด้านเกิดขึ้นบนเส้นทางการก้าวขึ้นสู่ “World class” อาทิ Award from costomer คือ รางวัล Distinguished Partner Award 2005 จาก FUJITSU รางวัล Microdrive Award 2004, รางวัล Outstanding in Overall Supplier Quality Performance Year 2004 และ รางวัล Outstanding in Total Process Control Performance Year 2004 จาก Hitachi GST

               นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน Zero Accident 1,000,000 ชม., อาหารสะอาด รสชาติอร่อยจาก Clean Food, ชมรม “To Be Number One” ระดับดีเด่นจากโครงการ To Be Number One, รางวัลดีเด่นปี 2548 ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน  การได้มาซึ่งรางวัลอันเป็นการการันตีผลงานยอดเยี่ยมดังกล่าวมีเบื้องหลังความสำเร็จอยู่ที่การเป็นองค์กรเรียนรู้ และการมีกิจกรรม 5 ส. ที่แข่งแกร่ง ยึดปฏิบัติกันจนยึดเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งเป็นฐานทุนเดิม อันก่อให้เกิด Knowledge assets ที่เกิดจากการทำ 5 ส. มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ Best practice กันเป็นเป็นกลุ่มย่อย ๆ ที่เรียกว่า Small Group Activity (SGA)

pic-1

               SGA เกิดขึ้นเพื่อให้เป็นกลุ่มที่เรียนรู้ทุก ๆ เรื่องในองค์กร โดยแบ่งกลุ่มตามพื้นที่ 8-10 คน โครงสร้างกลุ่มจะประกอบไปด้วย reader Adviser ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ Engineer และต้องมีที่ปรึกษาที่มาจากแผนกอื่น ซึ่งทุกคนในองค์กรจะต้องสังกัดกลุ่ม โดยในปัจจุบันมีกลุ่ม SGA อยู่จำนวน 67 กลุ่ม แม้แต่ GM ของที่นี่ยังต้องสังกัดกลุ่ม SGA เช่นกัน

               ทั้งนี้ SGA เป็นกุศโลบายที่ทำให้พนักงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอทำให้เกิดมาตรฐานการใช้พื้นที่ในทุก ๆ  พื้นที่กว่า 67 มาตรฐาน และทำเป็นนิสัยของการทำงานประจำ ในโรงงานจะมีการ set พื้นที่เป็นมุมประชุมเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้ให้กลุ่มได้ใช้ประชุมกัน ซึ่งแต่ละวันทุกกลุ่มจะมีโอกาสประชุมกัน 10-15 นาทีต่อวันในช่วงเวลาพักหรือเบรก สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ กลุ่มย่อยที่ยืนจับกลุ่มคุยกันหน้าเครื่องจักร ซึ่งก็เป็นการทำ SGA นั่นเอง นอกจากนี้แต่ละพื้นที่ก็ยังได้เรียนรู้เทคนิคการทำมาตรฐานพื้นที่จากกลุ่มอื่น ๆ ผ่านการดูพื้นที่จริงและการเข้าไปค้นคว้าเทคนิคในเว็บไซต์ได้อีก

               และเนื่องจากบริษัททำกิจกรรมหลายอย่าง และต้องการให้พนักงานทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจรรมอย่างทั่วถึง SGA จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการดึงพนักงานทุกคนในองค์กรให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม โดยพนักงานทุกคนจะเป็นสมาชิกของ SGA แต่ละ SGA มีพื้นที่รับผิดชอบ มีการเขียนเป้าหมายและแผนงานของกลุ่ม และร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท

               แนวคิดการสร้างองค์กร มีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เป้าลงมา ซึ่งคนที่จะกำหนดวัฒนธรรมองค์กรก็คือ ผู้บริหารทุกคนที่มีบทบาทในการคิดสร้างสรรค์ว่าต้องการเห็นองค์กรเป็นอย่างไร จากนั้นก็ไปสร้างรูปแบบของตนเองขึ้น จนแต่ละส่วนเติบโตขึ้นในระดับหนึ่ง ก็จะนำมาปรับปรุงให้รูปแบบดำเนินไปด้วยกันได้อย่างสอดคล้อง เรียกว่า ‘Inside to outside’ คือ การมองออกจากตัวเองจนกระทั่งเข้าหาระบบทั้งองค์กร นอกจากนี้บริษัทยังมีจุดเด่นอยู่ 4 ด้าน คือ Clean, Clear, Smart System และ Small Group Activity นับเป็นหัวใจความแห่งสำเร็จ

  1.  
    1. Clean ความสะอาด  เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในกระบวนการผลิตในโรงงานฝุ่นแป้งผัดหน้าเพียงเม็ดเดียวก็อาจส่งผลกระทบต่อชิ้นงานได้ ซึ่งที่นี่สามารถควบคุมฝุ่นให้อยู่ 0.5 ไมครอนต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์ฟุตหรือไม่เกิน 111,100 เม็ด
    2. Clear ความเรียบร้อย เมื่อทำอะไรเสร็จก็ต้องมีการปัดกวาด จัดเก็บของให้เรียบร้อย   สภาพต้องเหมือนก่อนที่จะเริ่มเข้ามาใช้งาน เมื่อจัดการเสร็จก็จะมีป้าย clear มาวางให้เห็นเด่นชัด พร้อมกับมีรูปประกอบบอกตำแหน่งอุปกรณ์ไว้อย่างละเอียด ชัดเจน เพื่อความสะดวกและความเข้าใจของผู้เข้ามาใช้งานรายต่อ ๆ ไป
    3. Smart System แหล่งเรียนรู้ของ NOK จะมีอยู่ 2 แหล่งคือ ระบบ Interner และ ระบบ portal ซึ่งต่อมาองค์กรได้พัฒนามาเป็น portal ที่คนในองค์กรเป็นผู้พัฒนาต่อยอดขึ้นใช้เอง ที่สำคัญ เรื่องของทุกฝ่าย ทุกหน่วย ทุก ๆ  กิจกรรม แม้กระทั่งการลาป่วย การเบิกของ รายงาน รายงานการประชุม การดำเนินกิจกรรม และกิจกรรมขององค์กรซึ่งมีอยู่จำนวนมาก จะถูก set ระบบเข้าไว้ในนี้ ทุก ๆ สายงานจะ set งานของทุกคนลงใน portal นี้

               และที่น่าทึ่งมาก ๆ คือ report หน้าเดียว นั่นก็คือ ผลการทำงานในทุกฝ่ายทุกแผนกจะถูกกำหนดวิธีการรายงานผล  ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วเชื่อมโยง และประมวลผลลัพท์ออกมาซึ่งสามารถ update ได้ถึงวันละ 2 ครั้ง ทำให้ผู้บริหารเกิดความสะดวกในการติดตามผลการดำเนินธุรกิจในทุก ๆ แง่มุมขององค์กรได้ครบถ้วนในคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้บริหารมีเวลามากพอที่จะไปคิดสร้างสรรค์เรื่อง value-added ไปข้างหน้า  ไม่มัวมาถอยหลังคุยเรื่องปัญหาหรือทวงงาน นอกจากนี้ยังลดปริมาณขยะและแฟ้มเอกสารอีกทั้งสิ่งที่update ที่สุดก็ถูกปรับปรุงอยู่ในระบบเรียบร้อยแล้ว

               อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะกระตุ้นให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรหลากหลายรูปแบบหนึ่งในกิจกรรมนั้นก็คือ ทำ kizen suggestion ที่เป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ซึ่งเป็น operator ซึ่งไม่มีเครื่องมือได้นำเสนอขึ้นมาว่า อยากจะแนะนำอะไรกับองค์กร และคาดว่าผลที่ได้รับคืออะไร มีภาพประกอบไหม พร้อมใส่ชื่อตำแหน่ง ซึ่งเมื่อพนักงานเขียนเสร็จแล้วก็จะรวบรวมเอกสารลงในระบบให้ผู้บริหารรับรู้และติดตามผลการดำเนินการตามคำแนะนำ ซึ่งเหล่านี้เองจะไปสู่การปฏิบัติจริงและเห็นศักยภาพในการพัฒนาต่อในโครงการต่อ ๆ ไปได้ สิ่งที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ของพนักงานในองค์กร โดยมีจุดแข็งขององค์กรสามารถดำเนินกิจกรรมกลุ่มย่อย ได้อย่างราบรื่นและประสบผลสำเร็จ คือ

  •  
    • วัฒนธรรมองค์กร โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะปลูกฝังวัฒนธรรมด้านวินัยและทัศนคติที่ดีในการทำงาน โดยเริ่มที่ใจก่อนที่จะให้ความรู้ ทำให้วัฒนธรรมการทำงานของพนักงานที่นี่มีความชัดเจนและเข้มแข็ง กระเกิดความร่วมมือจากพนักงานทุกคน กระทั่งก่อให้เกิดการผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ ออกมาได้ง่าย
    •  การสนับสนุนจากผู้บริหาร เป็นบุคคลสำคัญที่เป็นแบบอย่างให้พนักงานทุก ๆ คน ในด้านการเอาจริงเอาจัง ต่อนโยบายอีกทั้งยังเป็นผู้ที่ร่วมคิด ร่วมทำ กิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นกันเอง ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการให้ความร่วมมือกับนโยบายของบริษัท
    • ระบบการถ่ายทอดความรู้ที่เข้มแข็ง ที่ใครเห็นอะไรรู้อะไร ใครเจออะไรดี ๆ แล้วต้องถ่ายทอด ซึ่งอยู่ในระบบที่เรียกว่า “TPM” เป็นการสอนแบบสั้น ๆ โดยให้ “ผู้รู้” เขียนลงบนกระดาษแผ่นเดียว อาจจะเป็นหัวหน้าสอนพนักงาน, เพื่อนสอนเพื่อนก็ได้ แต่ไม่ใช่ 1 คนสอน 10 คน วิธีการคือ จะมีใบงานที่ถูก set แบบฟอร์มไว้แล้วใน Lotus notes เพื่อให้กรอกข้อมูลว่า ใครสอน สอนอะไร ใครเรียน ให้เป็นหนึ่งต่อหนึ่งคนเท่านั้น สิ่งนี้เองทำให้เกิดโอกาสที่พนักงานทุกคนได้แสดงศักยภาพในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาความรู้ของตนเองอยู่เสมอ
    •  การส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้ เป็นบริษัทเอกชนที่เปิดกว้าง ให้มีการศึกษาดูงานเพื่อกระตุ้นให้กับพนักงานในองค์กรเกิดความตื่นตัวที่จะพัฒนาองค์กรซึ่งเป็น “บ้าน” ของตนเองอยู่เสมอ เพื่อแสดงศักยภาพให้ “เพื่อน” ผู้มาเยือนได้เห็นอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการ “ให้” และเมื่อให้แล้ว องค์กรยิ่งพบว่า “ยิ่งให้ ยิ่งได้รับ” หลายต่อหลายครั้งที่องค์กรยอมรับว่า นอกจากพนักงานเกิดความตื่นตัวที่จะพัฒนาแล้ว เขายังได้เรียนรู้จากผู้มาดูงานในหลายเรื่องจนกลายเป็นเพื่อนที่สนิทสนม แลกเปลี่ยนความรู้กันไป-มาโดยไม่หวงความรู้ เช่นกรณีของโรงเรียนพหลโยธินซึ่งได้มีโอกาสมาดูกระบวนการกำจัดขยะเพื่อทำน้ำหมักชีวภาพ และได้กลับไปพัฒนาปรับปรุงกระบวนการที่ได้ผลดีกว่าซึ่ง องค์กรเองก็จะได้ไปเรียนรู้จากโรงเรียนพหลโยธินเพิ่มเติมว่าทำอย่างไรนั่นเอง

               การจัด SGA ขององค์กรได้จัดขึ้นมาประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา พนักงานทุก ๆ คนจะมีกลุ่มที่สังกัดอยู่ โดยกลุ่ม SGA จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ เช่น 5ส, กิจกรรมอนุรักษ์พลังงาน, Kaizen, TPM เป็นต้น ในแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกประมาณ 8-15 คนแล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่การทำงาน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะประกอบด้วยที่ปรึกษากลุ่ม หัวหน้ากลุ่ม เลขาธิการ และสมาชิก โดยบริษัทฯ จะจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ SGA มีความพร้อมในการทำแต่ละกิจกรรม เช่น การฝึกอบรมภายในและภายนอก ที่ปรึกษา การสร้างแรงจูงใจจากผู้บริหาร ก็เพื่อให้การทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรมประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นแนวคิดมาจาก การลดของเสียให้เป็นศูนย์ (Zero Defect : ZD) เป็นการนำวิธีการตรวจสอบตามาใช้ในการผลิตสินค้า โดยให้มีการตรวจสอบสินค้าที่ส่งเข้ามาในหน่วยงานของตนผลิตต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผลิตของเสียออกมาและนำไปสู่การผลิตสินค้าดี 100% โดยเป้าหมายขององค์กรคือ “4 Zero”

1. Zero Accident อุบัติเหตุเป็นศูนย์
               เป็นเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารต้องให้ความใส่ใจเพื่อคุณภาพเพื่อคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีของพนักงาน  ผู้บริหารควรหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือภาวะที่ไม่ปลอดภัยในการทำงานโดยกระตุ้นให้พนักงานทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัย โดยใช้หลักทั่วไปแล้วจะใช้ 3 E ได้แก่

               Engineering คือการใช้วิธีทางวิศวกรรมสาขาต่าง ๆ เช่น ออกแบบอาคาร เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และกระบวนการทำงานอย่างปลอดภัย
               Education คือการให้ความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร เช่น อบรมให้ทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเสริมสร้างความปลอดภัย รวมทั้งสร้างจิตสำนึกของพนักงานไม่ให้ประมาทในการทำงานอีกด้วย
               Enforcement คือการออกกฎเกณฑ์หรือระเบียบเพื่อการทำงานอย่างปลอดภัย เช่น มีข้อกำหนดที่ให้ทำและห้ามทำ รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายของทางราชการเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน

               ฉะนั้น ถือว่า NOK มีแนวใหม่ในยุคอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งใส่ใจเรื่องการบริหารความปลอดภัยในภาพรวมมากขึ้น เพราะทุก ๆ ส่วนของชีวิตบุคลากรย่อมมีความสัมพันธ์และส่งผลกระทบซึ่งกันและอยู่กันเสมอ องค์กรไม่สามารถละเลยส่วนใดส่วนหนึ่งในชีวิตของบุคลากรได้ ซึ่งถ้าผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่าง ๆ สนับสนุนและลงทุนกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรให้มากยิ่งขึ้น เพราะวันหนึ่งเมื่อชีวิตของพนักงานดีขึ้นแล้ว วันนั้นคือวันที่องค์กรจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืน

2. Zero Break down การหยุดงานของเครื่องจักรเป็นศูนย์
               Zero breakdown หรือเครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ เป็นความพยายามอย่างหนึ่งควบคู่ไปกับความพยายามให้ของเสียเป็นศูนย์ (Zero defect) และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero accident) ในการดำเนินกิจกรรม TPM ซึ่ง Zero breakdown นี้ต้องอาศัยความสัมฤทธิผลของเสาหลัก 3 ประการใน TPM ได้แก่ การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง (Individual Improvement) การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance) และการบำรุงรักษาตามแผน (Planned Maintenance) โดยทั้ง 3 เสาหลักนี้จะทำหน้าที่ของตนเองโดยมีเครื่องมือต่าง ๆ (Tools) เป็นสิ่งช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง จะทำหน้าที่ในลักษณะทีมเฉพาะกิจ เพื่อหาสาเหตุแท้จริง (Root cause) ที่ทำให้เครื่องจักรเสียและเสื่อมสภาพ ทั้งที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน (Sporadic loss) และเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง (Chronic loss) ทั้งนี้เพื่อหาทางกำจัดและป้องกันต่อไป เครื่องมือที่ใช้คือเครื่องมือจำพวกแก้ปัญหาการปรับปรุง (Kaizen problem) เช่น Why-why analysis, 7QC Tools, P-M analysis, Kaizen suggestion

               การบำรุงรักษาด้วยตนเอง จะทำหน้าที่ในการใช้เครื่องจักรอย่างถูกต้องระมัดระวัง และบำรุงรักษา ตามขอบเขตความรับผิดชอบที่พึงกระทำ เครื่องมือที่ใช้คือเครื่องมือจำพวกแก้ปัญหาการควบคุม (Control problem) เช่น มาตรฐานการทำงานประเภทต่าง ๆ การควบคุมด้วยการมองเห็น (Visual Control) การป้องกันความผิดพลาด

               การบำรุงรักษาตามแผน จะทำหน้าที่ในส่วนที่เกินกว่าผู้ใช้เครื่องผู้ซึ่งมีหน้าที่หลักคือ การผลิตจะสามารถทำได้ ทั้งในแง่ของเวลาและความสามารถ หน้าที่ดังกล่าวได้แก่ หน้าที่ในการหยุดความเสียหายและเสื่อมสภาพของเครื่องจักร หน้าที่ในการป้องกันความเสียหายและเสื่อมสภาพของเครื่องจักร หน้าที่ในการเตรียมพร้อมหากเครื่องจักรเกิดเสียหาย หน้าที่ในการปรับปรุงเครื่องจักรให้ดูแลรักษาได้ง่าย และหน้าที่ในการบริหารงานซ่อมบำรุงทั่วไป โดยหน้าที่ทั้งหมดต้องถูกรวบรวมและจัดทำเป็นแผนปฏิบัติงานประจำปีของฝ่าย ซ่อมบำรุง เครื่องมือที่ใช้คือเครื่องมือจำพวกตรวจจับและวัดความผิดปกติเพื่อการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance Tools) และเครื่องมือจำพวกการวางแผนและบริหารโครงการเช่น การหาสายงานวิกฤต การจัดลำดับงาน การมอบหมายงานเป็นต้น

3. Zero Claim ข้อร้องเรียนจากลูกค้าเป็นศูนย์
               เป็นแนวทางการบริหารองค์กรโดยเน้นปัญหาการรอ้งเรียนจากลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าของบริษัทไปเพื่อการผลิตหรือจำหน่ายต่อ เนื่องจากภายในองค์กรเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งจะแก้ไขปัญหาการไม่มีข้อร้องเรียนจากลูกค้าได้

4. Zero Defect ของเสียจากการผลิตเป็นศูนย์
               นั่นคือความพยายามที่จะจัดการกับความสูญเปล่าจากผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพ หรือผลิตของเสีย ซึ่งจะทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาหลายอย่างจากการผลิตของเสีย เช่น เกิดความล่าช้าในการส่งมอบ เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  เสียเวลา และ แรงงาน เสียเวลาในการตรวจสอบ และที่จะส่งผลกระทบเสียหายรุ่นแรงกว่านั้นก็คือ หากของเสียนั้นส่งไปถึงมือลูกค้า นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมแล้วยังก่อให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบกับลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์และชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยก็จะส่งผลกระทบถึงการตลาดของบริษัทถึงขั้นอาจทำให้สูญเสียส่วนแบ่งด้านการตลาด

7891

               ในทุกพื้นที่ขององค์กรจะมีกลุ่ม SGA ดูแลอยู่ และแต่ละกลุ่มก็จะแบ่งพื้นที่ให้สมาชิกแต่ละคนดูแล และข้อมูลในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จะอยู่ใน “แฟ้ม SGA” โดยในแต่ละปีสมาชิก SGA จะมาวางแผนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และเป้าหมายของกลุ่มในปีนั้น ๆ เมื่อมีการปรับปรุงข้อมูลหรือเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เอกสารในแฟ้ม SGA ก็จะถูก update ด้วย ซึ่งเครื่องมือที่ SGA ใช้ในการดูแลพื้นที่ก็คือ “Survey Form” และการดำเนินกิจกรรมของสมาชิกกลุ่มร่วมกันนั้น จะมีการประชุมกลุ่ม โดยช่วงเวลาในการประชุมของแต่ละกลุ่มจะแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละกลุ่ม เช่น ในฝ่ายผลิตจะมีการประชุมในช่วงเช้าหลังเข้างาน หรือก่อนเลิกงานประมาณ 15 นาที 1 ครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานการดำเนินกิจกรรมของ SGA ในแต่ละปี

สรุป
ตัวอย่างของการจัด SGA นับได้ว่าความสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรเกิดการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ได้อย่างเป็นระบบ องค์กรได้เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานที่ต้องการให้ร่วมกันคิด วิเคราะห์และร่วมกันแก้ไขปัญหา สามารถกระตุ้นให้พนักงานคิดแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยการดึงเอาศักยภาพของคนในองค์กร ให้เก่งทั้งทางปฏิบัติและแก่งทั้งการคิดวิเคราะห์ร่วมกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น  องค์กรบรรลุเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ

ข้อมูลอ้างอิง
 - กิจกรรม SGA บริษัท NOK PRECISION COMPONENT (THAILAND) LTD.
 - http://www.tpmconsulting.org

เรียบเรียง : บูรณะศักดิ์  มาดหมาย

Written by admin

April 29th, 2009 at 6:02 pm

Posted in Management