Welcome to eArticles | Modern Manufacturing An Innovative Industrial Magazine

การประยุกต์ใช้กิจกรรม 5 ส ในโรงงานอุตสาหกรรม ตอนที่ 1

without comments

บทความที่ผ่านมากระผมได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ ความพื้นฐานการจัดการความรู้ (KM) มาจนการประยุกต์ใช้กิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity) ต่างๆซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การจัดการความรู้ ในโรงงานอุตสาหกรรม หมายถึง การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจของพนักงานให้เกิดขึ้นและนำมาประยุกต์ในการพัฒนางานของตนที่รับผิดชอบอยู่ได้อย่างหนึ่ง สามารถเพิ่มผลิตในองค์กรได้  เครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ ของโรงงานอุตสาหกรรม คือ กิจกรรม 5 ส. ลองติดตามกันดูว่าจะนำไปประยุกต์ใช้กิจกรรม 5 ส เพื่อการเพิ่มผลผลิตให้เกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างไร

การเพิ่มผลผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม
การปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณภาพและลดต้นทุน เพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณที่พอเพียงกับความต้องการ ประกอบกับการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการให้มีค่าสูงขึ้น  ต้นทุนขององค์กร เมื่อพิจารณาถึง การเพิ่มผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ( Small and Medium Enterprises ) หรือที่เรารู้จักคือ SMEs ในปัจจุบันเรามีการใช้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการทำงานร่วมกับ ปัจจัยการผลิตในกระบวนการผลิตของธุรกิจอุตสาหกรรม ได้แก่ วัตถุดิบ เทคโนโลยี บุคลากร ฯลฯ เป็นเครื่องมือสำคัญในการ ส่งเสริม สนับสนุน การเพิ่มผลผลิตในองค์กร
โรงงานอุตสาหกรรม ที่ตระหนักถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของกโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย  ข้อมูลข่าวสารที่สามารถรับและส่ง  ได้อย่างรวดเร็ว ฯลฯ ต่างเห็นถึงความสำคัญในการปรับปรุง พัฒนาองค์กรให้ทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น การเพิ่มผลผลิต ถือว่าเป็นกิจกรรมพัฒนาภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจ ที่จะต้องดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่อง จึงจะเกิดผลได้ทั้งในระยะสั้น - ระยะยาว โดยมุ่งยึดหลักการเพิ่มผลผลิต ดังนี้ คือ คุณภาพเต็ม 100  , ต้นทุนลดลงคุณภาพเพิ่มขึ้น ,  ส่งมอบทันเวลา และถูกสถานที่ ,  ปลอดภัยไว้ก่อน

คุณภาพเต็ม

ผู้บริโภคทุกคนต่างมีความพึงพอใจ ในการบริโภคสินค้าและบริการ ที่ดี มีคุณภาพ ราคาไม่แพงมาก
นัก สามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากที่สุด จึงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ที่ต้องมุ่งพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการ ให้ตรงกับความต้องการ  โดยการมุ่งจัดระบบบริหารงานคุณภาพของการทำงาน การผลิตและการมุ่งเข้าสู่การจัดทำระบบมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น ISO 9000 / ISO 14000 เป็นต้น  ตัวอย่างเช่น ทำไมบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ Honda  จึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า     ในการใช้รถยนต์     เหตุผลเพราะว่า เนื่องด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของรถยนต์ว่า มีคุณภาพดี จากผู้ที่ใช้รถยนต์อยู่   ยอดจำหน่ายของรถยนต์อยู่ในระดับต้น ๆ ของบรรดาค่ายรถยนต์ในประเทศ  ถึงแม้ว่ารถยนต์จะมีราคาค่อนข้างแพงกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการในรถยนต์มากขึ้นอยู่ ซึ่งเชื่อว่า คุณภาพเต็ม 100 %
ต้นทุนลดลง คุณภาพเพิ่มขึ้น
การลดต้นทุนสินค้าและบริการ รักษาคุณภาพให้คงอยู่ เป็นหลักการที่ทุก อุตสาหกรรมต้องตระหนักถึง และ
ให้ความสำคัญที่จะต้องเป็นนโยบายขององค์กรด้วย  การลดต้นทุนมีหลายวิธีด้วยกัน อาทิเช่น  การปรับปรุงระบบบริหารการจัดการให้สอดคล้องกับการทำงาน ระบบมาตรฐาน  การลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตด้วยวิธีการ 7-Waste   การจัดระบบบริหารการจัดการพลังงาน  การให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานของหน่วยงาน โดยผลักดันให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์พลังงานขึ้นในองค์กร การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิต ส่งผลต่อระบบการผลิตมีประสิทธิภาพดีขึ้น

ส่งมอบทันเวลา และถูกสถานที่

หลักการอีกประการหนึ่ง ที่สำคัญของ การเพิ่มผลผลิต คือ การส่งสินค้าและบริการ ให้กับผู้บริโภค ทัน
ตามเวลาที่กำหนด และถูกต้องตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้ การส่งมอบสินค้าและบริการล่าช้ากว่ากำหนด อาจเกิดผลเสียอย่างยิ่งต่อการทำธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมที่เป็นการผลิตสินค้าและบริการขั้นต้น ต้องส่งมอบสินค้าให้กับ อุตสาหกรรมขั้นสุดท้าย เพื่อจะได้ทำการผลิตสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายและส่งมอบให้.ก้บลูกค้า ที่สั่งซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว  ฉะนั้น การเพิ่มผลผลิตของธุรกิจจะต้องพิจารณาและจัดระบบการส่งมอบ ให้มีความรวดเร็ว ทันใจ คือหัวใจของการส่งมอบ  ตัวอย่างที่เราเห็นกัน เช่น บริษัทผู้ผลิตพิซซ่า จะมีการกำหนดมาตรฐานการส่งมอบให้กับผู้สั่งซื้อ ภายในเวลาประมาณ 30 นาที หลังจากได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า แล้วเป็นตัวอย่างที่ดีใน การเพิ่มผลผลิตขององค์กร สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ปลอดภัยไว้ก่อน

ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หรือธุรกิจบริการ จะต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัย สร้าง
ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินให้กับ พนักงาน อาทิเช่น การติดตั้ง Fire House ไว้ตามจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุไฟใหม้    กำหนดให้มีการสวมชุด -รองเท้า - ถุงมือ ขณะปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม  การบำรุงรักษาเครื่องจักร  การติดตั้ง ให้อยู่ในสภาพและบริเวณที่เหมาะสม เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า หลักการและวิธีการ การเพิ่มผลผลิต ดังกล่าวข้างต้น ต่างก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ ทราบและ ตระหนักถึงความจำเป็น ซึ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในวงจรของการประกอบธุรกิจอยู่แล้ว  เพียงแต่ว่าจะให้ความ สำคัญ ตระหนักและดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับ การเพิ่มผลผลิต มากน้อยเพียงใด     อย่างไรก็ดี เมื่อตัดสินใจที่จะให้เกิดการเพิ่มผลผลิตในองค์กร  จะต้องตระหนักในเรื่องของ  การมุ่งมั่น ตั้งใจ คือ การตั้งใจในการคิดปรับปรุง พัฒนาองค์กรอยู่เสมอ และทำให้เกิดความต่อเนื่อง อยู่เสมอ    คิดถูก ทำถูก คือ   ปรับปรุงให้องค์กรสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด  โดยใช้หลักการทำงานที่เป็นระบบแบบแผน  การสร้างการทำงานเป็นทีม วิสัยทัศน์องค์กรชัดเจน  ยึดหลักข้อเท็จจริงในการวิเคราะห์ และตัดสินใจ ประกอบกับการมีเทคนิคและวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น สามารถ  ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง ได้   ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถที่จะเพิ่มผลผลิตของธุรกิจ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป และยังผลประโยชน์ที่จะได้รับทุกฝ่ายด้วย เครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายเรื่องดังกล่าวได้ คือ กิจกรรม 5 ส

กิจกรรม 5 ส ในโรงงานอุตสาหกรรม
เมื่อการเพิ่มผลผลิตในองค์กรสามารถทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดี การดำเนินกิจกรรมปรับปรุงในองค์กรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง 5ส จึงเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในเรื่องดังกล่าว เป็น แนวทางที่ใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไขงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้ดีขึ้นในวงการการผลิตและวงการงานบริการ ฯลฯ  โดยการปฏิบัติตามหลัก 5ส ที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น โดยในญี่ปุ่นเรียกกันว่า 5S ซึ่งได้แก่

สะสาง คือ การแยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ไม่ต้องการ และขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้งไป สะสางจึงสามารถลดต้นทุนโดยขจัดให้เหลือแต่ของที่จำเป็นในการทำงาน การสะสางจะทำให้สามารถควบคุมปริมาณของพัสดุได้ง่าย ไม่มีอุบัติเหตุที่เกิดจากการวางของเกะกะ รวมถึงลดค่าเช่าพื้นที่ในการจัดเก็บสิ่งของ เวลาและจำนวนคนในการตรวจนับพัสดุระหว่างปี

สะดวก
คือ การจัดวางสิ่งของต่างๆ ในที่ทำงานให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกในการใช้งานและปลอดภัย สะดวกจึงสามารถลดต้นทุนด้วยการลดเวลาที่ไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน คือ การลดเวลาในการค้นหาเครื่องมือ วัสดุ สินค้า ข้อมูล และช่วยลดอุบัติเหตุของพนักงานจากการเก็บและวางสิ่งของที่ไม่ถูกต้อง

สะอาด
คือ การทำความสะอาด (ปัด กวาด เช็ด ถู) เครื่องจักร อุปกรณ์ และ สถานที่ทำงาน  สะอาดจึงสามารลดต้นทุนการซ่อมและซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ที่หมดอายุก่อนกำหนด เพราะการทำความสะอาดถือเป็นพื้นฐานของการบำรุงรักษาเครื่องจักร

สุขลักษณะ คือ สภาพหมดจด สะอาดตา ถูกสุขลักษณะ และรักษาให้ดี ตลอดไป เน้นการรักษามาตรฐานและปรับปรุงให้ดีขึ้น สุขลักษณะจะช่วยลดต้นทุนในเรื่องความผิดพลาดต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือสุขลักษณะจะเป็นการปูพื้นฐานให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงาน ทำให้ไม่มีการทำงานที่ผิดขั้นตอน

สร้างนิสัย
คือ การอบรม สร้างนิสัย ในการปฏิบัติงานตามระเบียบ วินัยข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเน้นการรักษามาตรฐานและปรับปรุงให้ดีขึ้น สุขลักษณะจะช่วยลดต้นทุนในเรื่องความผิดพลาดต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือสุขลักษณะจะเป็นการปูพื้นฐานให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงาน ทำให้ไม่มีการทำงานที่ผิดขั้นตอน

กิจกรรม 5 ส จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานการบริหารคุณภาพที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อม ที่ดีในที่ทำงาน เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าทำงานเกิดความสะอาดเรียบร้อย ในสำนักงาน ถูกสุขลักษณะ ลดความสูญเปล่าที่ก่อ ให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ประการสำคัญช่วยสร้างทัศนคติที่ดีของพนักงานต่อองค์การ ทำให้พนักงานสามารถ ใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ กิจกรรม 5 ส เป็นกลยุทธ์อีกวิธีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการ พัฒนาคุณภาพ เป็นกิจกรรมที่ทำแล้วเห็นผลเร็วและชัดเจน นอกจากนั้นนั้นกิจกรรม 5 ส จะเป็นพื้นฐานในการนำวิธีการ บริหารใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในหน่วยงานในอนาคต
อันที่จริงกิจกรรม 5 ส. นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินกิจกรรมพัฒนาองค์กร แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผู้เขียนมักเจอปัญหาที่บุคคลากรในองค์กรไม่ได้ให้ความสนใจมากนักหรือปล่อยปะละเลยในการดำเนินกิจกรรมทำให้แผนกิจกรรม 5 ส. นั้นเป็นแผนการดำเนินการที่หยุดนิ่ง ทั้งที่5 ส. นั้นสามารถนำมาปรับพื้นฐานการทำงานเกือบทุกด้าน

ฉะนั้น 5 ส เป็นแนวคิดการจัดระเบียบเรียบร้อยในที่ทำงาน หรือสถานประกอบการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อก่อให้เกิดสภาพการทำงานที่ดี ปลอดภัย มีระเบียบเรียบร้อย นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต (Productivity) อีกทั้งการทำ 5ส. ให้ถึงที่สุดผลที่ได้รับทางอ้อมก็คือ ระบบประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น, ป้องกันการเกิดสิ่งที่ไม่ดีเข้าสู่ขบวนการอื่น, เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานให้มั่นคง สิ่งเหล่านี้ในสถานที่ทำงานเราจะเห็นเป็นประจำก็คือ สะสาง, สะดวก และจุดที่เป็นปัญหาสามารถทำให้จับต้องได้เห็นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างก็นำกิจกรรม 5ส มาใช้ในองค์กร จะมีความแตกต่างกันแล้วแต่องค์กรนั้นๆจะกำหนดรายละเอียดของกิจกรรม  ซึ่งบางครั้งอาจเกิดเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและถูกต้อง ที่ต้องพึงระวังดังต่อไปนี้
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ 5ส /ความเข้าใจคลาดเคลื่อน เกี่ยวกับ 5ส

1.ไม่มี “5ส มาตรฐาน” ในญี่ปุ่น สถานบันการศึกษาหลายแห่งก็สอนไม่เหมือนกัน/ในประเทศญี่ปุ่นมี “5ส มารฐาน” แบบเดียว เท่านั้น
2.มีคนญี่ปุ่นไม่มากนักที่รู้จัก 5ส /คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่รู้จัก 5ส เป็นอย่างดี

3.บริษัทที่ดำเนินการตาม “Practical 5ส” เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ / ในประเทศญี่ปุ่นบริษัทส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ ในการทำ 5ส

4.5ส เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ(แถมลดปัญหาเฉพาะหน้าให้น้อยลง) /5ส เป็นงานเพิ่มเติมจากงานประจำ
5.5ส เป็นการจัดทำสถานที่ทำงาน / 5ส เป็นการทำความสะอาดสถานที่ทำงาน เมื่อมีผู้ใหญ่ มาเยี่ยมหน่วยงาน(ผักชีโรยหน้า)
6.5ส ควรทำโดยผู้จัดการ(ผู้บริหารองค์การ)/ 5ส เป็นกิจกรรมของพนักงาน ผู้บริหารไม่เกี่ยว
7.5ส ไม่เหมือนกับการดูแล(ทำความสะอาด) อาคารบ้าน เรือน/5ส ก็เหมือนกับการดูแลบ้านเรานั่นเอง
8.5ส สามารถใช้ได้ในประเทศต่างๆ ถ้าทำตาม Practical 5ส/5ส ทำได้ง่ายในประเทศต่างๆ

9.5ส เป็นกิจกรรมที่ต้องทำควบคู่กับกิจกรรมอื่น ๆ ตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด/ 5ส สามารถทำให้สมบูรณ์ เสร้จสิ้นได้ภายใน ระยะ เวลา 2-3 ปี

10.5ส ควรเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยขยายไปทีละขั้นตอน จนครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร/  5ส ควรเริ่มต้นทำกันทั้งองค์การ
11.การปฏิบัติ 5ส ใช้เงินไม่มาก(น้อยมากๆ)    การปฏิบัติ/ 5ส ต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ สงสัยจะมาก
12.5ส ไม่ใช่การลงทุน เราสามารถเริ่ม 5 ส ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุน / 5ส เป็นการลงทุน เราจะถอนทุนคืนได้ภายในกี่ปี? (กรณีเอกชน หรือ หน่วยงานรัฐบางแห่ง)

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นสามารถสร้างความเข้าใจที่ดถูกต้องต่อกิจกรรม 5 ส เพื่อการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปปรับประยุกต์ ใช้กับสถานที่ทำงาน  ในภาพรวมจะเห็นได้ว่า การดำเนินกิจกรรม 5 ส จะทำให้การปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้น มีความถูกต้องในการทำงานมากขึ้น บรรยากาศและสภาพแวดล้อมดีขึ้น เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ จะเกิดขึ้น บุคลากรจะรักหน่วยงานมากขึ้น มีระเบียบวินัยมากขึ้น เกิดความตระหนักถึงผลเสียของความไม่เป็นระเบียบในสถานที่ทำงาน ต่อการเพิ่มผลผลิต และถูกกระตุ้นให้ปรับปรุงระดับความสะอาดของสถานที่ทำงานให้ดีขึ้น  ทำให้ความผิดพลาดและความเสี่ยงต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน ลดลงเกิดจิตสำนึกของการปรับปรุง ซึ่งจะนำไปสู่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน มีการบำรุงรักษาเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ  เมื่อใช้อย่างระมัดระวังและดูแลรักษาที่ดี และการจัดเก็บอย่างถูกวิธีในที่ที่เหมาะสม สถานที่ทำงานสะอาด ปลอดภัยและเห็นปัญหาเรื่องคุณภาพอย่างชัดเจน

เรียบเรียง บูรณะศักดิ์  มาดหมาย
(Buranasak_madmaiy@yahoo.com)
ข้อมูลอ้างอิง
www.qc.lru.ac.th
www.ismed.or.th
www.tpif.or.th
www.kmitl.ac.th
www.npc-se.co.th
www.princessfoods.co.th
http://th.wikipedia.org
www.clt.or.th

Written by arin@mmthailand.com

October 16th, 2009 at 2:39 pm

Posted in Management