กองทุนฯ ใจดีหนุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานตู้อบกุนเชียงระยะ 2
ผศ.ดร.วีระ โลหะ หัวหน้าโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการอบแห้งกุนเชียง มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า ตามที่กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้สนับสนุนทุนวิจัยให้สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ดำเนินการวิจัยและพัฒนาตู้อบแห้งกุนเชียง ตั้งแต่ปี 2549 โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการปรับปรุงตู้อบแห้งกุนเชียงไป 10 ตู้ ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดก๊าซแอลพีจีได้ถึง 15,000 กิโลกรัมแอลพีจีต่อปี หรือคิดเป็นเงินที่ประหยัดได้แล้ว 270,000 บาท
ก่อนการปรับปรุงตู้อบแห้งกุนเชียง พบว่าโรงงานแต่ละแห่งมีอัตราการใช้ก๊าซหุงต้มต่อน้ำหนักผลิตภัณฑ์กุนเชียงประมาณ 150 กิโลกรัมแอลพีจี/ตันกุนเชียง และภายหลังปรับปรุง พบว่าสามารถลดการใช้ก๊าซหุงต้มเหลือเพียง 70 กิโลกรัมแอลพีจี/ตันกุนเชียง ซึ่งประหยัดก๊าซ LPG ได้ประมาณ 60% ของตู้อบแบบเดิม คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 20,000 บาท/ตู้/ปี โดยกุนเชียงที่ได้ยังคงมีคุณภาพเหมือนเดิม
จากผลสำเร็จดังกล่าว ในปี 2551 กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจึงให้ มจธ. ดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นระยะที่ 2 โดยมีเป้าหมายปรับปรุงประสิทธิภาพตู้อบกุนเชียง จำนวน 100 ตู้ ในระยะเวลา1 ปี 6 เดือน ทั้งนี้กองทุนฯ จะให้เงินสนับสนุนปรับปรุงตู้ ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 50,000 บาท/ตู้ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการอบแห้งกุนเชียง
ปัจจุบันมีสถานประกอบการผลิตกุนเชียงจากภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าร่วมโครงการปรับปรุงตู้อบแห้งกุนเชียงไปแล้วจำนวนกว่า 40 ตู้ โดยในอนาคตคาดว่าผู้ประกอบการที่ได้มีการปรับปรุงตู้ไปแล้ว และได้รับประโยชน์จากความคุ้มค่าด้านการประหยัดพลังงานจากก๊าซ LPG จะขยายผลโดยปรับปรุงตู้จำนวนมากขึ้น
สำหรับตัวอย่างผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จนเกิดความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน เช่น บริษัท อุตสาหกรรมอาหาร ส.ขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ลงนามร่วมโครงการในระยะที่ 1 ด้วยการปรับปรุงตู้อบจำนวน 1 ตู้ จนประสบความสำเร็จ จึงมีความเชื่อมั่นที่จะเข้าร่วมโครงการในระยะที่ 2 ด้วยการลงนามสัญญาปรับปรุงตู้อบกุนเชียงอีก จำนวน 9 ตู้ ดังนั้นผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อประโยชน์ในด้านการลดต้นทุนค่าพลังงานในระยะยาวต่อไป
