Welcome to eArticles | Modern Manufacturing An Innovative Industrial Magazine

ชาติเอเชียแห่ขยายการลงทุนในไทยกว่า 1.6 แสนล้านบีโอไอเชื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่กระทบและอาจส่งผลดีต่อการลงทุนในไทย

without comments

ชาติเอเชียแห่ขยายการลงทุนในไทยกว่า 1.6 แสนล้าน  บีโอไอเชื่อ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่กระทบและอาจส่ งผลดีต่อการลงทุนในไทย

บีโอไอ เผยตัวเลข เอฟดีไอช่วง 7 เดือน มีมูลค่ าเงินลงทุน 205,796 ล้ านบาท ปรับตัวเพิ่มขึน89.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนชี้ 6 ชาติเอเชียแห่ขยายการลงทุนในไทย รวมมูลค่าสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท โดยมี ญี่ปุ่นจ่อลงทุนเป็นอันดับ 1 ตามด้วย จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน สะท้อนเสถียรภาพด้านการ ลงทุน มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐฯ กระทบไทยน้อย ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของไทยที่บริษัทในสหรัฐฯ อาจตัดสิ นใจย้ายมาลงทุนในไทยมากขึ้น

นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุนสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  เปิดเผยถึงการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ (Foreign Direct Investment: FDI) ในช่วง 7 เดือน ของปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม 2554) ว่ามีนักลงทุนต่างประเทศยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 599  โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 205,796 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นทั้งจํานวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนโดย โครงการเพิ่มขึ้น 34.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 444 โครงการ ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น89.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าการลงทุนอยูที่ 108,321 ล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุนจากต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการขยายกิจการมีทั้งสิ้น 307 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน รวม 118,953.2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 51.2% ของโครงการลงทุนทั้งหมด ในขณะที่เป็นการลงทุน โครงการใหม่มี 292 ล้านบาท มูลค่าเงินลงทุนรวม86,243.2 ล้านบาท

กลุ่มกิจการที่เข้ามาลงทุนสูงสุดเป็นกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีขนาดเงินลงทุนไม่เกิน 500  ล้านบาท คิดเป็นประมาณ94% จากจํานวนโครงการลงทุนทั้งหมด ที่เหลือเป็นโครงการลงทุนขนาดมากกว่า1,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง  อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

“วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยไม่มากนัก และจะ ไม่กระทบในปีนี้ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนภาคอุตสาหกรรม เพราะนักลงทุนต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่เข้ามา ลงทุนในไทยนั้น นอกจากจะเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นอันดับ 1 แล้ว นักลงทุนจากชาติเอเชียยังเข้ามาลงทุนใน ไทย เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งบีโอไอก็จะเน้นการชักจูงการลงทุนในชาติเอเชียให้มากขึ้นส่วนการ ลงทุนจากสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ อาจเป็นโอกาสให้กับประเทศไทย และหลายชาติในภูมิภาค เอเชีย ที่จะกลายเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ให้กับบริษัทสหรัฐฯ ซึ่งต้องการย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่ง ลงทุนใหม่ได้เช่นกัน” ที่ปรึ กษาด้านการลงทุนกล่าว

ทั้งนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพิ่มขึ้นทั้งจํานวนโครงการ และมูลค่าเงินลงทุนโดยเข้ามาลงทุนทั้งสิ้น 312 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 97,338 ล้านบาท โครงการ เพิ่มขึ้น 74.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 184 โครงการ ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 124.5% จากช่วง เดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 43,355 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และ อิเล็กทรอนิกส์

สําหรับการลงทุนจากประเทศต่างๆ ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก เกือบทั้งหมดเป็นการขอรับส่งเสริมลงทุน จากนักลงทุนชาติเอเชีย ได้แก่ ประเทศจีน มีจำนวน 22 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 24,310 ล้านบาท โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี ก่อนที่มี 17 โครงการ หรื อเพิ่มขึ้น 29% ด้านเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 241 % จากช่วง เดียวกันปี ก่อนที่มี 7,120 ล้านบาท

การลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ มีจำนวน 35 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 17,409 ล้านบาท โดย จํานวนโครงการใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 105% อันดับ 4 เป็นการ ลงทุนจากฮ่องกง 15 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 10,850 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 294%

ประเทศเกาหลีใต้ จํานวน 23 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 6,125 ล้านบาท จํานวนโครงการใกล้เคียง กับช่วงเดียวกันปีก่อน ด้านเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 460% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนที่มี 1,092 ล้านบาท และ ไต้หวัน 26 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 5,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124%

สําหรับการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสหรัฐอเมริกา แม้จะมีจานวนโครงการใกล้เคียงกับช่วง เดียวกันปี ก่อน 18 โครงการ แต่เงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 94% จากช่วงเดียวกันปี ก่อนที่มี 2,192 ล้านบาท แต่ ในช่วง 7 เดือนปีนี้ มีมูลค่าถึง 4,254 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม โครงการลงทุนของสหรัฐฯ ในไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการลงทุน ขนาดใหญ่ 3 โครงการ ที่เป็นของนักลงทุนสหรัฐฯ รวมมูลค่า 3 โครงการประมาณ 12,000 ล้านบาท แต่เป็น โครงการที่ใช้เงินทุนจากบริษัทสาขาในสิงคโปร์เงินลงทุนดังกล่าวจึงอยูในการลงทุนจากสิงคโปร์

Written by reporter@mmthailand.com

August 16th, 2011 at 5:22 pm

Posted in News